ขั้นตอนและข้อกำหนดในการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์เป็นไม้ไปต่างประเทศ
City-Link Express ขอนำท่านผู้อ่านไปรู้จักกับข้อกำหนดของการจัดการ ส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้ในการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ติดตามอ่านได้ในบทความด้านล่างได้เลยค่ะการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ไปต่างประเทศต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ISPM 15 คือต้องผ่านการรมยาฆ่าเชื้อ หรืออบความร้อน และติดเครื่องหมายรับรอง IPPC (เช่น TH-XXXXX) เพื่อป้องกันศัตรูพืช ต้องเตรียมเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิชาการเกษตร และตรวจสอบกฎระเบียบประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผ่านพิธีการศุลกากรได้ราบรื่น
ขั้นตอนหลักในการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้
1. การเตรียมวัสดุไม้ ในการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้
· ต้องผ่านการบำบัด: ไม้ที่ใช้ทำลังหรือพาเลท ต้องผ่านการอบด้วยความร้อน (HT) หรือรมยาด้วยเมธิลโบรไมด์ (MB) เพื่อฆ่าแมลงและศัตรูพืช
· ติดเครื่องหมาย IPPC: ผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองและประทับตรา IPPC บนวัสดุไม้ ซึ่งมีรหัสประเทศ (TH) และรหัสผู้ผลิตกำกับอยู่
2. การขอเอกสาร ในการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้
· ทะเบียนผู้ผลิต: ผู้ผลิตต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร (แบบ กบส. 1) เพื่อขอประเมินความสามารถในการกำจัดศัตรูพืช
· ใบรับรอง (Certificate): อาจต้องมีใบรับรอง เช่น ใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) สำหรับสินค้าที่บรรจุ และเอกสารรับรองการรมยา
3. การตรวจสอบสินค้าและเอกสาร ในการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้
· ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ติดต่อกรมวิชาการเกษตร กรมป่าไม้ และกรมศุลกากร เพื่อขอคำแนะนำและเอกสารที่จำเป็น
· X-ray สินค้า: สินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ไม้ต้องผ่านการ X-ray ที่ด่านศุลกากรขาออกก่อน
4. ข้อควรจำเพิ่มเติม ในการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้
· กฎหมายประเทศปลายทาง: แต่ละประเทศมีข้อกำหนดที่ต่างกัน ผู้ส่งออกต้องศึกษาข้อบังคับของประเทศที่จะนำเข้าให้ละเอียด
· การเลือกขนส่ง: เลือกบริษัทขนส่งที่มีประสบการณ์ในการจัดการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบไม้ (เช่น City-Link Express,DHL, SME Shipping)
IPPC คืออะไร?
IPPC ย่อมาจาก International Plant Protection Convention หรือ อนุสัญญาคุ้มครองพืชระหว่างประเทศ เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแมลงศัตรูพืช โรค และสิ่งมีชีวิตที่อาจมากับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ เช่น พาเลท ลังไม้ หรือแผ่นรองสินค้า
เพื่อควบคุมสิ่งเหล่านี้ IPPC จึงได้ออกมาตรฐานที่ชื่อว่า ISPM 15 (International Standards for Phytosanitary Measures No.15) ซึ่งระบุวิธีการควบคุมและกำจัดแมลงในพาเลทไม้ก่อนส่งออก เช่น การ อบความร้อน (Heat Treatment – HT) หรือการรมสาร
เครื่องหมาย IPPC/ISPM 15 จำเป็นไหมถ้าจะส่งออกต่างประเทศ
จำเป็นหากต้องการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ไปยังประเทศที่เข้าร่วม IPPC เช่น
สหรัฐอเมริกา,ญี่ปุ่น,สหภาพยุโรป,ออสเตรเลียมจีน,เกาหลีใต้,แคนาดา
หากไม่มีเครื่องหมาย IPPC อาจมีความเสี่ยงต่อการ
-
- ถูกตีกลับ
-
- ถูกกักสินค้าที่ด่านศุลกากร
-
- สูญเสียชื่อเสียงของแบรนด์และความเชื่อมั่นของลูกค้า
-
- เสียค่าปรับหรือค่าจัดการเพิ่มเติม


สัญญาลักษณ์ IPPC และ ISPM หมายเลข 15
ภายใต้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มีอนุสัญญาอยู่ฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการอารักขาพืชระหว่างประเทศ อนุสัญญาฉบับนั้นคือ International Plant Protection Convention มีชื่อย่อภาษาอังกฤษ IPPC หรือ อนุสัญญาอารักขาพืชระหว่างประเทศ โดยอนุสัญญาดังกล่าวได้รับการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่องค์การอาหาร และเกษตรแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 6
อนุสัญญาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมกำหนดให้ประเทศสมาชิกนำไปปฏิบัติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืชจากประเทศหนึ่งไปสู่ประเทศหนึ่ง อันเป็นสาเหตุให้เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศน์และเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้น ทั้งนี้มาตรการที่ IPPC กำหนดเป็นมาตรการสมัครใจ ประเทศสมาชิกใดต้องการนำไปปฏิบัติก็ได้ หรือหากไม่ปฏิบัติไม่ว่ากัน แต่ประเทศสมาชิกที่นำไปปฏิบัติต้องแจ้งเวียนให้ทุกประเทศได้ทราบก่อนล่วงหน้า มาตรการดังกล่าว เรียกว่ามาตรฐานมาตรการสุขอนามัยพืชระหว่างประเทศ และ ISPM ซึ่งย่อมาจาก International Standards for Phytosanitary Measures
สำหรับ ISP นั้น ในที่ประชุมใหญ่ของ IPPC ได้ผ่านความเห็นชอบมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น 19 หมายเลข ครอบคลุมกระบวนการกักกันพืชทั้งหมด ทั้งการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช ระบบการกักกัน การออกใบรับรอง การแจ้งเวียน การจัดการศัตรูพืชก่อนการส่งออกด้วยวิธีการต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายสัญลักษณ์ การให้คำนิยามการจัดทำรายการศัตรูพืช เป็นต้น ซึ่ง IPSM หมายเลข 15 เป็นมาตรฐานที่ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2545 เรียกว่า Guidelines for Regulating Wood Packaging Material in International Trade หรือ แนวทางการควบคุมวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวนับว่าเป็นมาตรฐานกลางที่ประเทศสมาชิกสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกมาตรการของแต่ละประเทศสำหรับการควบคุมวัสดุที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ทำจากไม้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งอาศัยของศัตรูพืช เช่น ลังไม้ แท่นรอง วัสดุกันกระแทก เป็นต้น
ปัจจุบันประเทศที่นำ ISPM หมายเลข 15 มาบังคับใช้ มีอยู่หลายประเทศและระดับความเข้มงวดแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
-กลุ่มประเทศอเมริกาเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ได้ประกาศใช้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2547 แต่ยังไม่เข้มงวดมากนัก โดยผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดจะได้รับการแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
-กลุ่มสหภาพยุโรป แจ้งว่าจะใช้ ISPM หมายเลข 15 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 นี้ สำหรับวัสดุบรรจุภัณฑ์จากไม้และวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 สำหรับวัสดุกันกระแทกแต่ยังไม่ได้กำหนดมาตรการเข้มงวดกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
-กลุ่มประเทศเอเชีย ประเทศที่ประกาศใช้ ได้แก่ อินเดีย โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2547
-กลุ่มประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ประกาศใช้ไปเรียบร้อยแล้วการดำเนินการสำหรับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ตาม ISPM หมายเลข 15 ประเทศที่ประกาศใช้สามารถดำเนินการด้วยมาตรการที่เข้มงวด เช่น กัก เผา ส่งคืน หรือฝังทำลายก็ได้ หากวัสดุบรรจุภัณฑ์นั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข้อกำหนดสำหรับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการส่งออก
การส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้มีดังนี้ วัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ หมายถึง วัสดุหรือส่วนประกอบที่ทำจากไม้ (ไม่รวมผลิตภัณฑ์จากกระดาษ) ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ ตัวอย่างวัสดุที่เข้าข่ายวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ เช่น ลังไม้แบบโปร่ง กล่องไม้ ถังไม้ ไม้รองสินค้า วัสดุไม้กันกระแทก ลังไม้แบบทึบ ไม้รองมุมก้นกระแทก ไม้รองลาก และ load broads ซึ่งผลิตโดยใช้วัตถุดิบไม้หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ที่นำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งนี้ไม่รวมวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากไม้แปรรูป วัสดุดิบไม้ที่มีความหนาไม่เกิน 6 มิลลิเมตร และผลพลอยได้จากไม้แปรรูป ได้แก่ ไส้ไม้ ขี้เลื่อย ฝอยไม้ และขี้กบ เนื่องจากวัสดุเหล่านี้มีโอกาสที่ศัตรูพืชจะติดไปน้อย เช่นเดียวกับวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้ที่ผ่านการกระบวนการจนไม่มีความเสี่ยงทางสัตรูพืช เช่น ไม้อัด ไม้เคลือบน้ำยา แผ่นไม้วีเนียร์ ไฟเบอร์บอร์ด Particle board Oriented strand board ก็ไม่ต้องนำไปดำเนินการตามข้อกำหนดนี้ สำหรับแมลงศัตรูพืชที่คาดว่ามีโอกาสติดไปกับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เหล่านี้ ได้แก่ มอดยาสูบ มอดหัวไม้ขีด แมลงทับ ด้วงเจาะไม้ ด้วงหนวดยาว ด้วงงวง ปลวก มอดไม้ ต่อหางเข็ม และไส้เดือนฝอยบางชนิด
วิธีการปฏิบัติเพื่อได้รับการรับรอง ปัจจุบันมี 2 วิธี คือ การอบด้วยความร้อน (Heat Treatment) และการรมด้วยเมทิลโบรไมด์ (methyl Bromide Fumigation) โดยวิธีการอบด้วยความร้อนต้องนำวัตถุดิบไม้ที่จะประกอบเป็นบรรจุภัณฑ์มาอบด้วยความร้อนจนแกนกลางของไม้ได้รับความร้อนไม่น้อยกว่า 56 องศาเซลเซียส และอบด้วยความร้อนนานไม่น้อยกว่า 30 นาที หากเป็นการอบแห้ง (kin-drying) : KD) หรือการอัดน้ำยาด้วยแรงอัด (Chemical Pressure Impregnation : CPI) ก็ต้องให้ความร้อนและใช้เวลาในระดับเดียวกันส่วนการรมเมทิลโบรไมด์ อัตราความเข้มข้นของการใช้อุณหภูมิ จะแตกต่างกันไป แต่อุณหภูมิต่ำสุด ต้องไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส และระยะเวลารมต้องไม่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง ในขณะที่วิธีการปฏิบัติอย่างอื่น ๆ เช่น การรมด้วยฟอสฟินการรมด้วยซัลเฟอร์ฟลูโอไรด์ การอัดน้ำยา การอาบน้ำยา การฉายรังสี หรือการควบคุมบรรยากาศ หากมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนว่าสามารถกำจัดศัตรูพืชในวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม่ได้ก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน




หลังจากวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เหล่านี้ได้ผ่านวิธีการปฏิบัติเพื่อกำจัดศัตรูพืชเรียบร้อยแล้ว ทางผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบการจะประทับตราสัญลักษณ์ลงบนวัสดุบรรจุภัณฑ์อย่างถาวรในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนอย่างน้อย 2 ด้านที่อยู่ตรงกันข้ามและต้องใช้สีเข้มข้นเท่านั้น ห้ามใช้สีแดงและสีส้มประทับ พร้อมทั้งออกเอกสารใบรับรองการรมยา (Fumigation Certificate) เพื่อใช้แนบในการส่งออกไปพร้อมกับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้
สัญลักษณ์ที่แสดงในตราประทับ มีความหมายตามรายละเอียดด้านล่างดังนี้
IPPC =>>> สัญญาลักษณ์เป็นไปตาม ISPM หมายเลข 15
TH =>>> ประเทศไทย (หรือประเทศต้นทางที่ทำการรมยาและส่งเข้ามา)
XXX =>>> เป็นเลขทะเบียนของผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้
HT =>>> การอบด้วยความร้อน
MB =>>> การรมด้วยเมทิลโบรไมด์
อักษรย่อของชนิดการรมยาจะระบุเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งตามวิธีการปฏิบัติ และอักษรย่อของหน่วยงานรับรองในปัจจุบันยังคงมีเพียงกรมวิชาการเกษตรเท่านั้นที่ให้การรับรองได้โดยใช้อักษรย่อว่า DOA และในอนาคตคาดว่าจะขยายหน่วยงานรับรองให้มากขึ้นต่อไป เพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่จะส่งออกเพิ่มขึ้น ทางเรายินดีให้คำปรึกษาคุณลูกค้าที่มีความต้องการส่งออกวัสดุบรรจุภัณฑ์เป็นลังไม้ไปต่างประเทศนะคะ
City-Link Express บริการส่งพัสดุไปต่างประเทศ ส่งไปรษณีย์ไปต่างประเทศ
เรามีบริการส่งพัสดุด่วนไปต่างประเทศราคาประหยัด
ไม่ว่าคุณต้องการส่งของไปประเทศใดบนโลก City-Link Express ยินดีให้บริการในราคาประหยัด และส่งสินค้าถึงปลายทางอย่างปลอดภัย รวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 1-3 วัน
เรามีบริการเดินพิธีการศุลกากร
City-Link Express มีบริการจัดเตรียมเอกสารสำหรับนำเข้าและส่งออก พร้อมเป็นตัวแทนในการเดินเอกสารพิธีศุลกากรขาเข้าประเทศไทย
ทำไมต้องเลือก City-Link Express
-
- มีบริการ Door-to-Door ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ
-
- สามารถติดตามและตรวจสอบสิ่งของได้ตลอด 24 ชม. แบบ Realtime
-
- บริการรีแพ็คให้มีขนาดเหมาะสมกับสิ่งของที่ลูกค้ากำลังจะส่ง
-
- บริการกล่องพัสดุให้ฟรี
-
- มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบพัสดุก่อนจัดส่งเพื่อให้แน่ใจว่าพัสดุนั้นสามารถส่งออกได้ ทำให้ลดปัญหาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น สินค้าติดปลายทาง สินค้าถูกตีกลับ
ตรวจสอบพื้นที่เข้ารับพัสดุ คลิก https://bit.ly/3mUNbrU
เช็คราคาค่าขนส่งง่ายๆได้ที่ https://www.citylink.express
ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญได้ที่
062-898-6454 คุณเบญจพร
081-358-0402 คุณสุรศักดิ์
081-924-5038 คุณพจมาศ
081-499-8367 คุณกาญจนา
081-358-2880 คุณสุรีย์
081-5730-326 คุณวิโรจน์
สอบถามเพิ่มเติม
Inbox: https://bit.ly/3u3pHlt
Tel. 02-666-8288, 02-666-8289
Line: @citylinkthailand หรือ http://bit.ly/2YVTwar
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
บริษัทผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001
#Citylinkexpress #Citylink #Express
#ส่งของไปอเมริกา #ส่งพัสดุไปอเมริกา #ส่งของไปเมกา #ส่งพัสดุไปเมกา
#ส่งของจากไทยไปอเมริกา #ส่งของจากไทยไปเมกา #ส่งของไปต่างประเทศ
#ส่งของไปต่างประเทศ #ส่งพัสดุไปต่างประเทศ
#ส่งสินค้าไปต่างประเทศ #ส่งของด่วนต่างประเทศ
#ส่งด่วน #ส่งเอกสาร #ส่งเอกสารด่วน
#ส่งเอกสารด่วนต่างประเทศ #ส่งด่วนต่างประเทศ
#ส่งของเมืองนอก #ส่งสินค้าด่วนทางเครื่องบิน
#ส่งด่วนต่างประเทศราคาถูก #ส่งด่วนทางเครื่องบิน
#ขนส่งต่างประเทศ #ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

