ไขข้อสงสัย? ส่งของไปญี่ปุ่นช่องทางใด สะดวก ปลอดภัยและประหยัดที่สุด

ไขข้อสงสัย? ส่งของไปญี่ปุ่นช่องทางใด สะดวก ปลอดภัยและประหยัดที่สุด

            ประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่คนไทยนิยมส่งของหรือพัสดุไปมากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชียเลยก็ว่าได้ จนในตอนนี้มีผู้ให้บริการและช่องทางการขนส่งไปประเทศญี่ปุ่นเกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งสะดวก รวดเร็ว และประหยัดสุดๆ ดังนั้นใครกำลังมองหาวิธีส่งของไปประเทศญี่ปุ่นอยู่ละก็ ห้ามพลาดกับคู่มือฉบับรวบรัดที่เราจะแนะนำดังต่อไปนี้

สิ่งของต้องห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น

            ประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีความเข้มงวดในการจำกัดสิ่งของหรือพัสดุนำเข้าประเทศมากพอสมควรหากเปรียบเทียบกับอเมริกา หรือหลายประเทศในแถบเอเชีย โดยสำหรับการขนส่งรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็นของฝาก ของขวัญ ของชำร่วย ฯลฯ ที่ไม่ได้กระทำเพื่อการค้า ประเทศญี่ปุ่นมีสิ่งของต้องห้ามนำเข้าประเทศ 6 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

  1. อาหารประเภทเนื้อสัตว์ และแปรรูปจากสัตว์ เช่น น้ำนมดิบ ไส้กรอก กุนเชียง เป็นต้น
  2. ผักผลไม้บางชนิด เช่น กล้วย ส้ม มะเชือเทศ ทุเรียน มะม่วง แก้วมังกร เป็นต้น
  3. สินค้าก็อป เลียนแบบและละเมิดลิขสิทธิ์ทุกรายการ
  4. ยาบางประเภท โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีน ซึ่งมีอยู่ในยาแก้แพ้ หรือยาลดน้ำมูกที่ผลิตในประเทศไทย
  5. แมลง ต่างๆที่ยังมีชีวิตและเจริญเติบโตในต่างประเทศ
  6. ดินและพืชต่างๆที่ยังมีชีวิต รวมทั้งฟางข้าวและแกลบด้วย

โดยสิ่งของทั้ง 6 ประเภทที่กล่าวมานี้ หากต้องการนำเข้าที่ประเทศญี่ปุ่นจะต้องดำเนินการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการนำเข้า เพราะทั้ง 6 รายการเหล่านี้ถือเป็นสิ่งของที่ต้องสำแดงและมีความผิดทางกฏหมายหากนำส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต นั่นเอง

การเสียภาษีนำเข้าประเทศญี่ปุ่น

            ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการกำหนดภาษีนำเข้าที่ชัดเจนในสินค้าและพัสดุแต่ละประเทศ โดยผู้ที่เสียภาษีจะเป็นผู้รับสินค้าปลายทาง ซึ่งบริษัทจะทำการแจ้งกับบุคคลนั้นๆก่อนการนำส่งทุกครั้ง โดยภาษีที่กำหนดนั้น หากสินค้าของท่านมีมูลค่าต่ำกว่า 10,000 เยน หรือประมาณ 3,000 บาท  ท่านจะได้สิทธิไม่ต้องเสียภาษี แต่หากสินค้ามีมูลค่าเกินกว่านั้นจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่จำแนกแต่ละรายการ เช่น เสื้อผ้าเสียภาษีนำเข้า 20% , เครื่องดื่มชา กาแฟ เสียภาษีนำเข้า 15% , ของชชำร่วยและสินค้าอุปโภคเสียภาษีนำเข้า 3% เป็นต้น

แนะนำช่องทางการส่งสินค้าไปประเทศญี่ปุ่น

  1. ไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทย คือ ช่องทางที่ง่ายและสะดวกที่สุดในการส่งของหรือพัสดุไปยังประเทศญี่ปุ่น เพราะมีสาขามากมายและท่านสามารถดำเนินการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง โดยการขนส่งด้วยไปรษณีย์ไทยนั้นจะมีบริการ 2 รูปแบบคือ EMS World (document) และ EMS World (Package) ที่คิดราคาการขนส่งตามน้ำหนักของพัสดุเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น โดยใช้เวลาขนส่ง 5-7 วันทำการพร้อมทั้งสามารถตรวจสอบสถานะพัสดุได้ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งบริการที่ขนส่งได้รวดเร็วยิ่งกว่าซึ่งใช้เวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น เรียกว่า Courier Post (Merchandise) ซึ่งทางไปรษณีย์ไทยจะทำหน้าที่ดำเนินการด้านศุลกากรให้เราเช่นเดียวกับขนส่งของเอกชนแต่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มากกว่า แต่แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายย่อมสูงกว่าการส่งแบบ EMS World ประมาณหนึ่งเท่าตัว

  1. DHL

การขนส่งด้วย DHL นั่นเรียกว่าเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว เพราะ DHL มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย อย่างไรก็ตามการขนส่งด้วย DHL นั้นแพงที่สุดในการขนส่งทั้งหมดเลยก็ว่าได้โดยคิดน้ำหนักเป็นกรัมในราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตามการขนส่งด้วย DHL นั้นรวดเร็วอย่างมากเพราะให้บริการแบบ Door to Door ทั้งผู้ส่งและผู้รับ พร้อมดำเนินการด้านศุลกากร(ในกรณีที่ต้องเสียภาษี) ให้อย่างเรียบร้อย จึงเบ็ดเสร็จใช้เวลาทำการเพียง 1 วันเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึงอาจส่งถึงผู้รับในวันทำการถัดไปเลยทีเดียว โดยการส่งผ่าน DHL ผู้ส่งจะต้องสมัครบัญชีกับทางบริษัทและกรอกเอกสารผ่านทางเว็บไซต์ iExpressByDHL จากนั้นมีเจ้าหน้าที่เข้ามารับพัสดุถึงหน้าประตูบ้านของท่าน ซึ่งค่าธรรมเนียมในการจัดส่งทั้งหมดตัดผ่านบัตรเครดิตด้วยเช่นกัน

  1. City-link Express

หากท่านกำลังต้องการส่ง สินค้า / พัสดุ /เอกสาร ไปยังประเทศญี่ปุ่นแต่ไม่มั่นใจในระยะเวลาการจัดส่งของไปรษณีย์ไทย และไม่ต้องการเสียเงินมากเกินไปประกอบกับไม่มีเวลามากพอที่จะผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากของ DHL ดังนั้น เราขอแนะนำอีกหนึ่งช่องทางน้องใหม่อย่าง City-link Express กับตัวช่วยดีๆที่ทันสมัย สามารถส่งสินค้า / พัสดุ /เอกสาร ได้ไกลทั่วโลก มั่นใจได้ถึงคุณภาพและการบริการระดับพรีเมี่ยม ด้วยจำนวนสาขากว่า 110 สาขาทั่วเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นเราก็มีสาขาเปิดให้บริการที่นั่น ดังนั้นสท่านจึงมั่นใจได้ว่าพัสดุของท่านจะได้รับการจัดส่งอย่างปลอดภัยและรวดเร็วภายใน 1-3 วันเท่านั้น ด้วยระบบการจัดส่งด่วนทางอากาศระหว่างประเทศที่สามารถตรวจสอบสถานะพัสดุได้แบบ Real time พร้อมพนักงานคอลเซ็นเตอร์ 02-671-8880 และ Line official @Citylink ที่พร้อมเปิดให้บริการและให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

ดังนั้น หากมีพัสดุที่ต้องการจัดส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นให้นึกถึงเรา City-link Express  กับบริการระดับชั้นนำที่มั่นใจได้ทั้งคุณภาพการให้บริการ ความสะดวกรวดเร็ว และความปลอดภัยของสินค้าที่นำส่งว่าผู้รับจะสามารถได้รับสินค้าในสภาพดีและตรงเวลาอย่างแน่นอน