
🚨🚨🚨 ส่งของไปยุโรปต้องรู้!
เริ่ม 1 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป EU เตรียมยกเลิกการ “ยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าไม่เกิน €150 ยูโร” ซึ่งส่งผลให้สินค้านำเข้าประเทศยุโรปมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
🏷กฏกติกาใหม่มีดังนี้
1️⃣ 📌สินค้านำเข้าทุกชิ้นจะต้องเสียภาษีศุลกากรที่ €3 ยูโร ต่อรายการสินค้า (อาจมีการประกาศปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม)
🤔❓️ EU คิดภาษีศุลกากร €3 อย่างไร?
● คิดตาม “ประเภทสินค้า” ✅ สินค้าประเภทเดียวกัน → คิดครั้งเดียว
● อ้างอิงพิกัดศุลกากร (Tariff Heading / HS Code)
● ไม่ใช่เหมาจ่ายต่อกล่องพัสดุ
✳️ ตัวอย่างการคำนวณ:
🅰️ 🧦 ถุงเท้าผ้าฝ้าย 10 คู่
(เป็นสินค้าพิกัดเดียวกัน)
➡️ เสียค่าอากร €3 ยูโร
🅱️ 👕เสื้อยืด 1 ตัว
🎎 ของเล่น 1 ชิ้น
🔌สายชาร์จ 1 เส้น
(แยกเป็น 3 พิกัดศุลกากร)
➡️ เสียค่าอากรรวม €9 ยูโร
2️⃣ 📌ระบบ IOSS (Import One-Stop Shop) ของ EU ที่เคยใช้สำหรับร้านค้าออนไลน์นอก EU ในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ล่วงหน้าให้ลูกค้าใน EU ที่ซื้อสินค้านั้น ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป สินค้ามูลค่าไม่เกิน €150 ยูโร ทุกประเภท ที่อยู่ในระบบทั้งหมด จะมีการใช้ระบบ IOSS เรียกเก็บภาษีศุลกากร เพิ่มเติมตามกฎกติกาใหม่ด้วย
3️⃣ 📌ต้องระบุข้อมูลสินค้าให้ชัดเจนและเจาะจง พร้อมรายละเอียดข้อมูลสินค้าและรหัสสินค้าของผู้ค้า (Product Identifier) / SKU / EAN / UPC
⛔️(ห้ามระบุคำว่า “ของขวัญ” หรือ คำว่า “สินค้า”)
🤔❓️Product Identifier สำคัญยังไง?
📕 Product Identifier เป็นข้อมูลที่ใช้ระบุตัวสินค้าโดยเฉพาะ เช่น SKU, EAN, UPC หรือรหัสสินค้าผู้ผลิต
✅ ช่วยให้ศุลกากรตรวจสอบสินค้าได้ง่ายขึ้น
✅ ลดปัญหาสำแดงสินค้าไม่ตรง
✅ ลดความเสี่ยงโดนตรวจเข้ม / ล่าช้า
✅ ช่วยให้ข้อมูล VAT และพิธีการนำเข้าตรงกัน
📢 คำแนะนำ: หลัง 1 ก.ค. 2569 นี้ EU มีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดเรื่องดังกล่าวนี้อย่างแน่นอน ร้านค้าออนไลน์และผู้ส่งออกรายย่อยของไทยควรเตรียมข้อมูลสินค้าให้ครบแต่เนิ่นๆ ก่อนกฎใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้นะคะ
ตรวจสอบพื้นที่เข้ารับพัสดุ คลิก https://bit.ly/3mUNbrU
👉 เช็คราคาค่าขนส่งง่ายๆได้ที่ https://www.citylink.express

