เกาหลีใต้ปรับกฎ E-Commerce ข้ามพรมแดน 2026: ผู้ขายไทยต้องลงทะเบียนหรือไม่ ก่อนส่งสินค้าไปเกาหลีใต้?

เกาหลีใต้ปรับกฎ E-Commerce ข้ามพรมแดน 2026: ผู้ขายไทยต้องลงทะเบียนหรือไม่ ก่อนส่งสินค้าไปเกาหลีใต้?

เกาหลีใต้กำลังปรับปรุงระบบศุลกากรสำหรับการซื้อขายผ่าน E-Commerce และ Cross-Border E-Commerce โดยนำระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ E-Commerce และกำหนด “รหัสผู้ประกอบการ E-Commerce” มาใช้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนำเข้า และช่วยให้ศุลกากรสามารถตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงระบบพิธีการศุลกากรสำหรับ E-Commerce ของเกาหลีใต้ ภายใต้กรอบของ Customs Act Article 254 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการศุลกากรสำหรับสินค้าที่นำเข้าผ่าน E-Commerce โดย Korea Customs Service หรือศุลกากรเกาหลีใต้ ได้เปิดระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ E-Commerce ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2026 เพื่อจัดทำข้อมูลของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่อยู่ในขอบเขตของระบบใหม่

จากนั้น Korea Customs Service มีกำหนดเปิดใช้งาน E-Commerce Dedicated Customs Clearance Platform หรือระบบพิธีการศุลกากรสำหรับ E-Commerce โดยเฉพาะในวันที่ 15 สิงหาคม 2026 โดยรหัสผู้ประกอบการ E-Commerce จะถูกนำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในกระบวนการศุลกากร และต้องระบุในข้อมูลหรือรายการที่กำหนดตามระบบใหม่

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าไทยที่ขายสินค้าให้ลูกค้าในเกาหลีใต้ เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกฎใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเกาหลีใต้กำลังปรับระบบศุลกากรสำหรับ Cross-Border E-Commerce ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงของสินค้านำเข้า

แต่คำถามสำคัญคือ…

“แล้วพ่อค้าแม่ค้าไทยที่อยู่ประเทศไทย ต้องลงทะเบียนด้วยหรือไม่?”

และ

“ถ้าจะส่งสินค้าไปขายที่เกาหลีใต้ ต้องเตรียมอะไรเพื่อไม่ให้สินค้าติดปัญหาที่ด่านศุลกากร?”

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกับการปรับปรุงระบบ E-Commerce ของศุลกากรเกาหลีใต้ พร้อมแนวทางที่ผู้ประกอบการไทยควรรู้ก่อนเริ่มส่งสินค้าไปยังเกาหลีใต้

E-Commerce Business Operator Code คืออะไร?

E-Commerce Business Operator Code หรือ “รหัสผู้ประกอบการ E-Commerce” เป็นรหัสที่ Korea Customs Service ใช้ระบุตัวผู้ประกอบการที่อยู่ในขอบเขตของระบบ E-Commerce เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกอบการกับกระบวนการศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้า

ระบบใหม่นี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะผู้ประกอบการในประเทศเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ Korea Customs Service ยังครอบคลุมถึงผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการขาย การเป็นตัวกลาง การจัดซื้อแทน หรือการจัดส่งสินค้าจากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีใต้ผ่าน E-Commerce

ตัวอย่างผู้ประกอบการที่อยู่ในขอบเขตที่ศุลกากรเกาหลีให้ความสำคัญ ได้แก่

  • ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ดำเนิน Cyber Mall และจัดส่งสินค้าเข้าประเทศเกาหลีใต้
  • ผู้ประกอบการที่ทำหน้าที่ขายหรือเป็นตัวกลางในการขายสินค้าข้ามพรมแดน
  • ผู้ประกอบการที่ทำหน้าที่จัดซื้อสินค้าจากต่างประเทศแทนผู้ซื้อ
  • ผู้ประกอบการที่ให้บริการจัดส่งสินค้าหรือดำเนินการด้านการจัดส่งใน Cross-Border E-Commerce

ดังนั้นการพิจารณาว่าผู้ประกอบการไทยรายใดต้องลงทะเบียนหรือไม่ จึงควรดูจาก บทบาทและรูปแบบธุรกิจ ไม่ใช่เพียงดูว่า “บริษัทอยู่ประเทศไทยหรือไม่”

ทำไมเกาหลีใต้จึงต้องออกมาตรการนี้?

การซื้อขายออนไลน์ข้ามประเทศเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าจำนวนมากถูกส่งจากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีใต้โดยตรง

Korea Customs Service ระบุว่า การปรับระบบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดการข้อมูลของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการขาย การเป็นตัวกลาง การซื้อแทน และการจัดส่งสินค้าจากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีใต้ให้มีความถูกต้องและเป็นระบบมากขึ้น รวมถึงนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการบริหารความเสี่ยงด้านการนำเข้า เพื่อช่วยตรวจสอบและรับมือกับสินค้าที่อาจมีความเสี่ยง เช่น สินค้าที่ไม่ปลอดภัย สินค้าปลอมแปลง หรือสินค้าที่ผิดกฎหมาย

อีกส่วนหนึ่งของการปรับระบบคือการให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงโดยมองข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain-based Risk Management) เพื่อให้การตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงสอดคล้องกับรูปแบบการค้าแบบ B2C และ Cross-Border E-Commerce มากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ

เกาหลีใต้กำลังทำให้เส้นทางของสินค้า E-Commerce “ตรวจสอบได้มากขึ้น” ตั้งแต่ผู้ขาย → ผู้ให้บริการ → การขนส่ง → การนำเข้า

แล้วพ่อค้าแม่ค้าไทยเกี่ยวข้องอย่างไร?

สำหรับผู้ขายไทย สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเป็นอันดับแรกคือ เรากำลังส่งสินค้าไปเกาหลีใต้ในรูปแบบใด และเราเกี่ยวข้องกับกระบวนการ E-Commerce ในบทบาทใด

เพราะการส่งสินค้าไปเกาหลีใต้ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว

1. ขายตรงให้ลูกค้าในเกาหลีใต้

ตัวอย่างเช่น ร้านค้าออนไลน์ในประเทศไทยรับออร์เดอร์จากลูกค้าเกาหลี แล้วส่งสินค้าโดยตรงจากประเทศไทยไปยังผู้ซื้อ

กรณีนี้อาจเข้าข่าย Cross-Border E-Commerce และผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่ารูปแบบธุรกิจและบทบาทของตนอยู่ในขอบเขตของผู้ประกอบการที่ต้องลงทะเบียนตามระบบของ Korea Customs Service หรือไม่

ไม่ควรสรุปเพียงว่า “ส่งพัสดุไปเกาหลี = ต้องลงทะเบียน” เพราะกฎหมายกำหนดขอบเขตตามประเภทและบทบาทของผู้ประกอบการ

2. ขายผ่าน Marketplace หรือแพลตฟอร์ม

หากผู้ขายไทยใช้แพลตฟอร์ม E-Commerce เป็นช่องทางขายสินค้า ต้องพิจารณาด้วยว่าใครเป็นผู้ขาย ใครเป็นผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม ใครทำหน้าที่เป็นตัวแทนหรือผู้จัดส่ง และใครเป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการนำเข้า เพราะบทบาทเหล่านี้อาจมีหน้าที่แตกต่างกันภายใต้ระบบ E-Commerce ของเกาหลีใต้

3. ส่งสินค้าให้ตัวแทนหรือ Distributor ในเกาหลีใต้

หากเป็นการส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ให้บริษัท ตัวแทน หรือ Distributor ในเกาหลีใต้ อาจเข้าสู่กระบวนการนำเข้าในรูปแบบการค้าทั่วไป จึงไม่ควรเหมารวมว่าการส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ทุกกรณีเป็น E-Commerce

ดังนั้น “ส่งของไปเกาหลี” กับ “อยู่ในระบบ E-Commerce Import ของเกาหลี” ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป

สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องพิจารณา รูปแบบธุรกิจ บทบาทของตน และวิธีการนำเข้า ให้ถูกต้อง

กฎใหม่ไม่ได้หมายความว่า “มีรหัสแล้วส่งอะไรก็ได้”

นี่คือจุดที่พ่อค้าแม่ค้าไทยต้องระวังมากที่สุด

การลงทะเบียนเพื่อขอหรือได้รับ E-Commerce Business Operator Code เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใช้ระบุตัวผู้ประกอบการและเชื่อมโยงข้อมูลกับกระบวนการศุลกากรของ E-Commerce

แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกประเภทจะสามารถนำเข้าเกาหลีใต้ได้โดยอัตโนมัติ

สินค้าบางประเภทอาจยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น

ดังนั้น ก่อนส่งสินค้า ผู้ประกอบการควรตรวจสอบทั้ง ข้อกำหนดด้านศุลกากรและข้อกำหนดการนำเข้าของสินค้าแต่ละประเภท ไม่ควรพิจารณาเฉพาะเรื่องการลงทะเบียน E-Commerce Business Operator เท่านั้น

5 เรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าไทยควรเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้

1. ตรวจสอบว่าธุรกิจของเราเข้าข่ายผู้ประกอบการ E-Commerce หรือไม่

อย่าเพิ่งสรุปจากคำว่า “ผู้ขายออนไลน์” เพียงอย่างเดียว

ควรพิจารณาว่าเราเกี่ยวข้องกับระบบในบทบาทใด เช่น

ผู้ขาย / ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม / ผู้ซื้อแทน / ผู้จัดส่งแทน / ตัวกลางในการขาย

เพราะแต่ละบทบาทมีเงื่อนไขและหน้าที่แตกต่างกัน

Korea Customs Service ระบุว่าระบบใหม่นี้ครอบคลุมผู้ประกอบการ E-Commerce ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยพิจารณาตามประเภทและบทบาทของผู้ประกอบการที่อยู่ในขอบเขตของระบบ

2. เตรียมเอกสารธุรกิจให้พร้อม

สำหรับผู้ประกอบการต่างประเทศที่อยู่ในขอบเขตของระบบ Korea Customs Service ระบุว่าสามารถดำเนินการลงทะเบียนผ่านระบบ E-Commerce โดยผู้ประกอบการต่างประเทศสามารถยืนยันตัวตนผ่านอีเมล และยื่นข้อมูลพร้อมเอกสารประกอบตามที่ระบบกำหนด

เอกสารที่ Korea Customs Service ระบุสำหรับการลงทะเบียนของผู้ประกอบการต่างประเทศ ได้แก่

  • เอกสารยืนยันการจดทะเบียนโดเมนเว็บไซต์ (Internet Domain Registration Confirmation)
  • เอกสารทะเบียนธุรกิจของประเทศที่ผู้ประกอบการตั้งอยู่ (Business Registration Certificate)

ทั้งนี้ เอกสารและรายละเอียดที่ต้องใช้ควรตรวจสอบกับระบบ UNI-PASS และข้อกำหนดล่าสุดของ Korea Customs Service ก่อนดำเนินการจริง

 

3. ข้อมูลสินค้าและข้อมูลการนำเข้าต้องตรงกับความเป็นจริง

เมื่อเกาหลีใต้กำลังปรับระบบให้ความสำคัญกับ Supply Chain-based Risk Management และการใช้ข้อมูลผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ เรื่อง Data Accuracy จึงเป็นสิ่งที่ผู้ส่งควรให้ความสำคัญมากขึ้น

ชื่อสินค้า จำนวน มูลค่า ผู้ขาย ผู้ซื้อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ควรสอดคล้องกัน

 การระบุรายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจนช่วยให้ข้อมูลสำหรับการจำแนกสินค้าและการตรวจสอบทางศุลกากรมีความถูกต้องมากขึ้น

4. อย่าสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

การลดมูลค่าสินค้าในเอกสารเพื่อหวังลดภาษีหรือหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

เพราะเมื่อระบบศุลกากรมีข้อมูลของผู้ประกอบการและข้อมูลใน Supply Chain มากขึ้น ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูลอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบเพิ่มเติมได้

หลักง่าย ๆ คือ

“ขายเท่าไร สำแดงตามจริง”

5. สินค้าควบคุมต้องตรวจสอบก่อนส่ง

อย่ารอให้พัสดุเดินทางถึงเกาหลีใต้แล้วจึงค่อยตรวจสอบว่าสินค้าสามารถนำเข้าได้หรือไม่

โดยเฉพาะสินค้า เช่น

อาหาร → เครื่องสำอาง → ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ → สินค้าจากพืช → สินค้าจากสัตว์ → สินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดหรือมาตรการควบคุมเฉพาะ

ควรตรวจสอบข้อกำหนดของสินค้าแต่ละประเภทก่อนจัดส่ง เพราะการได้รับ E-Commerce Business Operator Code ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าโดยอัตโนมัติ

แล้ววันที่ 15 สิงหาคม 2026 สำคัญอย่างไร?

Korea Customs Service มีกำหนดนำ E-Commerce Dedicated Customs Clearance Platform หรือระบบพิธีการศุลกากรสำหรับ E-Commerce โดยเฉพาะมาใช้ โดยตามกำหนดการที่ประกาศไว้ ระบบมีกำหนดเริ่มใช้งานในวันที่ 15 สิงหาคม 2026 เพื่อรองรับกระบวนการศุลกากรสำหรับ Cross-Border E-Commerce อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ระบบใหม่นี้จะให้ความสำคัญกับการบริหารข้อมูลและความเสี่ยงที่ออกแบบให้เหมาะกับการค้าแบบ E-Commerce รวมถึงการใช้ E-Commerce Business Operator Code ในข้อมูลศุลกากรที่อยู่ภายใต้ระบบใหม่ และในเอกสารหรือรายการที่ Korea Customs Service กำหนด

ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในขอบเขตของระบบ การเตรียมข้อมูลและดำเนินการลงทะเบียนตามที่กำหนดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยควรตรวจสอบรายละเอียดและกำหนดการล่าสุดจาก Korea Customs Service หรือระบบ UNI-PASS ก่อนดำเนินการจริง

หมายเหตุ: กำหนดการและรายละเอียดของระบบ E-Commerce อาจมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก Korea Customs Service หรือระบบ UNI-PASS ก่อนดำเนินการจริง

สรุป: พ่อค้าแม่ค้าไทยต้องทำอะไร?

กฎใหม่ของเกาหลีใต้ไม่ได้หมายความว่า

“คนไทยทุกคนที่ส่งพัสดุไปเกาหลีต้องไปจดทะเบียนทันที”

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ เกาหลีใต้กำลังพัฒนาระบบที่ทำให้สามารถระบุและเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องใน Supply Chain ของการนำเข้าสินค้าได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ดังนั้น หากคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าไทยที่ขายสินค้าไปยังเกาหลีใต้ สิ่งที่ควรทำคือ

เช็กธุรกิจ → เช็กบทบาท → เช็กการลงทะเบียน → เช็กสินค้า → เช็กเอกสาร → เช็กข้อมูลก่อนส่ง

เพราะการส่งสินค้า Cross-Border E-Commerce ในปี 2026 อาจไม่ใช่แค่เรื่อง “ส่งของให้ถึงลูกค้า” แต่เป็นเรื่องของ ข้อมูลที่ถูกต้องและการปฏิบัติตามกฎนำเข้าตั้งแต่ต้นทาง

สำหรับผู้ที่ต้องการส่งสินค้าไปเกาหลีใต้กับ City-Link Express ควรตรวจสอบประเภทสินค้า รายละเอียดสินค้า และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนจัดส่ง เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนการตรวจสอบและพิธีการศุลกากรของเกาหลีใต้

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. พ่อค้าแม่ค้าไทยทุกคนที่ส่งของไปเกาหลีต้องลงทะเบียน E-Commerce Business Operator หรือไม่?

ไม่ควรเหมารวมว่าผู้ส่งสินค้าทุกคนต้องลงทะเบียน เพราะระบบกำหนดกลุ่มผู้ประกอบการตามบทบาทใน Cross-Border E-Commerce เช่น ผู้ประกอบการที่ดำเนิน Cyber Mall และจัดส่งสินค้าเข้าเกาหลี ผู้ขาย/ตัวกลาง ผู้ซื้อแทน หรือผู้จัดส่งแทน ดังนั้นควรพิจารณารูปแบบธุรกิจและบทบาทของผู้ประกอบการเป็นรายกรณี

2. E-Commerce Business Operator Code คือ Personal Customs Code ของลูกค้าหรือไม่?

ไม่ใช่ค่ะ รหัสผู้ประกอบการ E-Commerce เป็นคนละส่วนกับ Personal Customs Clearance Code (PCCC) ของผู้บริโภคชาวเกาหลี โดยรหัสใหม่นี้ใช้ระบุตัว “ผู้ประกอบการ” ในระบบ E-Commerce ของศุลกากร

3. ลงทะเบียนแล้ว สินค้าทุกชนิดสามารถส่งเข้าเกาหลีได้หรือไม่?

ไม่ใช่ การลงทะเบียนผู้ประกอบการไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้นำเข้าสินค้าทุกประเภท สินค้าบางประเภทอาจยังต้องมีใบอนุญาต ใบรับรอง หรือผ่านข้อกำหนดของหน่วยงานเฉพาะ

4. ระบบใหม่เริ่มใช้เมื่อไร?

Korea Customs Service ได้เริ่มเปิดระบบลงทะเบียน E-Commerce Business Operator เพื่อให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในขอบเขตของระบบสามารถดำเนินการลงทะเบียนได้ และมีแผนนำ E-Commerce Dedicated Customs Clearance Platform มาใช้สำหรับกระบวนการศุลกากรของ E-Commerce โดยเฉพาะ

เนื่องจากรายละเอียดและกำหนดการของระบบอาจมีการปรับปรุง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก Korea Customs Service และระบบ UNI-PASS ก่อนดำเนินการจริง

5. ถ้าเคยลงทะเบียนกับศุลกากรเกาหลีอยู่แล้ว ต้องทำใหม่หรือไม่?

Korea Customs Service ระบุว่า ผู้ประกอบการที่เคยลงทะเบียนภายใต้ระบบเดิม เช่น Purchase Agent หรือ E-Commerce Business Operator ต้องลงทะเบียนผ่านระบบใหม่อีกครั้งตามมาตรการใหม่นี้ โดยควรตรวจสอบขั้นตอนและรายละเอียดล่าสุดผ่านระบบ UNI-PASS ก่อนดำเนินการจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1.Korea Customs Service (KCS) — Announcement on the Operation of E-Commerce Business Operator Registration System under the Revised Customs Act

2.UNI-PASS, Korea Customs Service — E-Commerce Business Portal / E-Commerce Business Operator Code

3.Korea Customs Service — Customs Clearance Procedures for Overseas Purchases (E-Commerce)

4.Korea Customs & Trade Development Institute (KCTDI) — Information on the mandatory registration system for domestic and overseas E-Commerce operators

สรุป: ผู้ขายไทยควรเตรียมตัวอย่างไรกับกฎใหม่เกาหลีใต้?

การยกระดับระบบ Cross-Border E-Commerce ของเกาหลีใต้ในปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าการส่งสินค้าไปต่างประเทศไม่ได้มีเพียงเรื่องการขนส่ง แต่ยังให้ความสำคัญกับ ข้อมูลผู้ประกอบการ ความถูกต้องของสินค้า และความโปร่งใสของข้อมูลนำเข้า มากขึ้น

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าไทยที่ขายสินค้าให้ลูกค้าในเกาหลีใต้ สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบให้ครบตั้งแต่ก่อนส่ง ไม่ว่าจะเป็น

ตรวจสอบว่าธุรกิจของเราอยู่ในขอบเขตที่ต้องลงทะเบียน E-Commerce Business Operator หรือไม่
เตรียมข้อมูลและเอกสารของผู้ประกอบการให้ถูกต้อง
ระบุชื่อสินค้า จำนวน และมูลค่าให้ตรงกับสินค้าจริง
ตรวจสอบว่าสินค้าอยู่ในกลุ่มควบคุมหรือต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่
ตรวจสอบข้อมูลผู้ส่ง–ผู้รับให้ครบถ้วนและสอดคล้องกัน

เพราะเมื่อระบบศุลกากรมีการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกอบการและสินค้าอย่างเป็นระบบมากขึ้น การให้ข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ข้อมูลสำหรับการตรวจสอบมีความครบถ้วนและสอดคล้องกัน และช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาที่เกิดจากข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกัน

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งสินค้าไปเกาหลีใต้แบบ International Express การเลือกผู้ให้บริการขนส่งที่มีประสบการณ์ด้านการจัดส่งระหว่างประเทศก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การเตรียมและจัดส่งสินค้าเป็นระบบมากขึ้น

กฎใหม่อาจทำให้การส่งสินค้าไปเกาหลีต้องใส่ใจเรื่องข้อมูลมากขึ้น แต่หากเตรียมตัวให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น การขายข้ามประเทศก็ยังสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ

ส่งสินค้าไปเกาหลีใต้ วางแผนให้ถูก เช็กข้อมูลให้ครบ แล้วเลือก CITY-LINK EXPRESS สำหรับบริการจัดส่งระหว่างประเทศแบบ Door-to-Door Express

City-Link Express ShipEZi

ShipEZi  คือระบบจัดการงานขนส่งของ City-Link Express ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถนัดรับพัสดุ ติดตามสถานะการจัดส่ง และบริหารจัดการงานขนส่งระหว่างประเทศได้สะดวกผ่านระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป ธุรกิจ SME หรือองค์กรที่มีการจัดส่งเป็นประจำ ก็สามารถติดตามสถานะพัสดุและจัดการงานขนส่งได้ง่ายยิ่งขึ้นในที่เดียว ผ่านปลายนิ้วคุณ

City-Link Express บริการส่งพัสดุด่วนไปต่างประเทศ ส่งเอกสารไปต่างประเทศ

เรามีบริการส่งพัสดุด่วนไปต่างประเทศส่งเอกสารไปต่างประเทศ ราคาประหยัด ไม่ว่าคุณต้องการส่งพัสดุหรือเอกสารไปยังประเทศปลายทางใด City-Link Express พร้อมให้บริการผ่านเครือข่ายขนส่งระหว่างประเทศ โดยระยะเวลาการจัดส่งขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง ประเภทสินค้า และขั้นตอนการตรวจปล่อยของหน่วยงานศุลกากรในแต่ละประเทศ

เรามีบริการเดินพิธีการศุลกากร​

City-Link Express มีบริการให้คำปรึกษาและช่วยเตรียมเอกสารสำหรับการนำเข้าและส่งออก รวมถึงบริการดำเนินพิธีการศุลกากรขาเข้าประเทศไทย เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมศุลกากร

ทำไมลูกค้าจึงเลือกใช้บริการ City-Link Express

✅ บริการรับ-ส่งพัสดุแบบ Door-to-Door ครอบคลุมหลายประเทศทั่วโลก

✅ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบประเภทสินค้าและเอกสารก่อนจัดส่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการถูก  กักสินค้า ถูกส่งคืน หรือเกิดปัญหาที่ประเทศปลายทาง

✅ มีบริการรีแพ็กสินค้า (Repacking Service) เพื่อให้เหมาะสมกับการขนส่งระหว่างประเทศ

✅ ติดตามสถานะพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบ Real-time Tracking

✅ มีกล่องพัสดุให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ตามเงื่อนไขของบริษัท)

✅ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ เพื่อช่วยให้การจัดส่งเป็นไปอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

ตรวจสอบพื้นที่เข้ารับพัสดุ คลิก https://bit.ly/3mUNbrU

เช็คราคาค่าขนส่งง่ายๆได้ที่ https://www.citylink.express

สอบถามเพิ่มเติม
Inbox: https://bit.ly/3u3pHlt
Tel. 02-666-8288, 02-666-8289
Line: @citylinkthailand หรือ http://bit.ly/2YVTwar

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

บริษัทผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *