ส่งพัสดุไปต่างประเทศแล้วโดนตีกลับ เกิดจากอะไร?
พัสดุถูกส่งกลับมายังต้นทาง อาจทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับเสียเวลา และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามมา หลายคนจึงสงสัยว่า พัสดุตีกลับเกิดจากอะไร และมีวิธีป้องกันอย่างไร?
สาเหตุไม่ได้มีเพียงเรื่องศุลกากรเท่านั้น แต่อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลผู้รับ เอกสาร ประเภทสินค้า การชำระภาษี หรือขั้นตอนการนำจ่ายในประเทศปลายทาง
บทความนี้จะพาไปดูสาเหตุที่พบบ่อย พร้อมคำแนะนำและแนวทางรับมือเมื่อพัสดุถูกส่งกลับ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การจัดส่งครั้งต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
ทำความเข้าใจก่อนว่า ส่งพัสดุไปต่างประเทศแล้วโดนตีกลับ คืออะไร?
พัสดุตีกลับ หมายถึงกรณีที่พัสดุไม่สามารถนำจ่ายให้ผู้รับได้ และถูกส่งคืนมายังผู้ส่งในประเทศไทย โดยสาเหตุอาจเกิดขึ้นได้ในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การตรวจสอบของศุลกากร ไปจนถึงการนำจ่ายในประเทศปลายทาง
อย่างไรก็ตาม “พัสดุตีกลับ” ไม่ได้หมายความว่าพัสดุถูกยึดหรือทำลายเสมอไป แต่ต้องพิจารณาจากสาเหตุและขั้นตอนที่เกิดปัญหาเป็นกรณี ๆ ไป
สาเหตุที่ทำให้ส่งพัสดุไปต่างประเทศแล้วโดนตีกลับ
พัสดุที่ถูกส่งกลับไปยังต้นทางไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว และไม่ได้หมายความว่าพัสดุจะมีปัญหาทุกครั้งตั้งแต่เริ่มจัดส่ง บางกรณีเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งหรือเมื่อพัสดุถึงประเทศปลายทางแล้ว เช่น ข้อมูลผู้รับไม่ครบ เอกสารไม่ถูกต้อง สินค้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของประเทศปลายทาง หรือไม่สามารถดำเนินพิธีการศุลกากรได้ตามกำหนด
สาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้
1. ข้อมูลผู้รับไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง
ข้อมูลผู้รับเป็นส่วนสำคัญในการจัดส่งระหว่างประเทศ เพราะต้องใช้สำหรับการคัดแยก นำจ่าย และดำเนินพิธีการที่เกี่ยวข้อง หากระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือรหัสไปรษณีย์ไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง อาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำจ่ายพัสดุได้
โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถติดต่อผู้รับเพื่อยืนยันข้อมูลหรือแก้ไขรายละเอียดได้ พัสดุอาจถูกส่งกลับไปยังต้นทาง
คำแนะนำ : ตรวจสอบชื่อผู้รับ ที่อยู่ เมือง ประเทศ รหัสไปรษณีย์ และเบอร์โทรศัพท์ให้ถูกต้องก่อนส่ง โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ควรเป็นหมายเลขที่สามารถติดต่อผู้รับได้จริง
2. ระบุรายละเอียดสินค้าไม่ชัดเจน หรือข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับของจริง
การส่งสินค้าระหว่างประเทศต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของในพัสดุเพื่อใช้ประกอบการขนส่งและพิธีการศุลกากร หากระบุรายละเอียดกว้างเกินไป เช่น “ของใช้”, “ของขวัญ” หรือ “สินค้า” โดยไม่บอกว่าสินค้าคืออะไร อาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถประเมินหรือดำเนินการตรวจสอบได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ หากรายละเอียดในเอกสารไม่ตรงกับสินค้าภายในกล่อง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาในการตรวจสอบและพิธีการศุลกากร
คำแนะนำ: ควรระบุชนิดสินค้าให้ชัดเจน เช่น เสื้อผ้า อะไหล่พลาสติก หนังสือ หรือของใช้ส่วนตัว พร้อมรายละเอียดและมูลค่าตามความเป็นจริง
3. สินค้าเป็นสิ่งของต้องห้าม หรือมีข้อจำกัดในการนำเข้า
แต่ละประเทศมีกฎระเบียบเกี่ยวกับสินค้าที่สามารถนำเข้าได้แตกต่างกัน สินค้าบางประเภทอาจห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด ขณะที่บางประเภทสามารถนำเข้าได้ แต่ต้องมีใบอนุญาต เอกสารรับรอง หรือผ่านเงื่อนไขเฉพาะก่อน
ดังนั้น แม้สินค้าจะสามารถส่งออกจากประเทศไทยได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำเข้าในประเทศปลายทางได้เสมอไป
ตัวอย่างสินค้าที่ควรตรวจสอบเงื่อนไขเป็นพิเศษ
- อาหารและผลิตภัณฑ์จากอาหาร
- ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- พืช เมล็ดพันธุ์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
- เครื่องสำอาง
- แบตเตอรี่และอุปกรณ์บางประเภท
- สินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานเฉพาะ
คำแนะนำ : ตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนส่ง โดยเฉพาะอาหาร ยา เครื่องสำอาง พืช ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แบตเตอรี่ และสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุม หากไม่แน่ใจควรสอบถามผู้ให้บริการขนส่งก่อนนำพัสดุเข้าระบบ
4. เอกสารประกอบการจัดส่งไม่ครบ หรือไม่ถูกต้อง
การขนส่งระหว่างประเทศอาจต้องใช้เอกสารประกอบเพื่อการส่งออกและนำเข้า โดยเฉพาะพัสดุเชิงพาณิชย์หรือสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุม
หากเอกสารขาดข้อมูลสำคัญ ข้อมูลไม่ตรงกัน หรือไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามที่ศุลกากรหรือหน่วยงานปลายทางร้องขอได้ อาจทำให้พัสดุไม่สามารถดำเนินพิธีการต่อได้
คำแนะนำ : ก่อนส่งควรเตรียมเอกสารให้ครบตามประเภทสินค้า และตรวจสอบว่าชื่อสินค้า จำนวน มูลค่า และข้อมูลผู้ส่ง–ผู้รับในเอกสารสอดคล้องกันก่อนส่ง
5. ไม่สามารถดำเนินพิธีการศุลกากรได้ตามกำหนด
เมื่อพัสดุถึงประเทศปลายทาง อาจต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบและพิธีการศุลกากรก่อนนำจ่าย หากศุลกากรต้องการข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม แต่ผู้รับหรือผู้ส่งไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด พัสดุอาจไม่สามารถเดินทางต่อและถูกส่งกลับต้นทางได้
สาเหตุที่พบได้ เช่น ผู้รับไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติม ไม่สามารถติดต่อผู้รับได้ หรือไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ศุลกากรกำหนด
จุดสำคัญ: หากได้รับการติดต่อเกี่ยวกับพิธีการศุลกากร ควรดำเนินการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้พัสดุค้างอยู่ที่ปลายทางเป็นเวลานาน
คำแนะนำ : ติดตามสถานะพัสดุอย่างสม่ำเสมอ และหากมีการร้องขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม ควรดำเนินการโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้พัสดุค้างอยู่ที่ปลายทางเป็นเวลานาน
สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการของ City-Link Express สามารถติดตามสถานะการจัดส่งผ่านระบบ ShipEZi ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ส่งตรวจสอบความคืบหน้าของพัสดุและสังเกตสถานะที่อาจต้องดำเนินการเพิ่มเติมได้ หากพบว่าพัสดุอยู่ระหว่างพิธีการศุลกากรหรือมีความล่าช้า ควรรีบประสานงานกับผู้ให้บริการเพื่อช่วยตรวจสอบสาเหตุและแนวทางดำเนินการต่อ
6. ผู้รับไม่ชำระภาษีหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
พัสดุบางรายการอาจมีภาษีนำเข้า ภาษี หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามกฎของประเทศปลายทาง โดยผู้มีหน้าที่ชำระอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขการจัดส่ง
หากมีค่าใช้จ่ายที่ผู้รับต้องชำระ แต่ผู้รับไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด พัสดุอาจไม่สามารถนำจ่ายได้ และในบางกรณีอาจถูกส่งกลับต้นทาง
คำแนะนำ: ก่อนจัดส่งควรทำความเข้าใจเงื่อนไขการชำระค่าใช้จ่ายปลายทางให้ชัดเจน และแจ้งผู้รับล่วงหน้าว่าอาจมีภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระเมื่อพัสดุถึงประเทศปลายทาง
7. ไม่สามารถติดต่อผู้รับ หรือผู้รับปฏิเสธการรับพัสดุ
แม้พัสดุจะเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว แต่หากไม่สามารถนำจ่ายให้ผู้รับได้ ก็อาจเกิดการตีกลับได้ เช่น
- เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้
- ที่อยู่ไม่ครบหรือไม่ชัดเจน
- ไม่มีผู้รับตามที่อยู่
- ผู้รับไม่ตอบกลับการติดต่อ
- ผู้รับปฏิเสธการรับพัสดุ
กรณีเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรตรวจสอบข้อมูลผู้รับให้ละเอียด และแจ้งผู้รับให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีพัสดุเดินทางไปถึง
คำแนะนำ : แจ้งผู้รับล่วงหน้าว่ามีพัสดุกำลังจัดส่ง ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ให้ถูกต้อง และแนะนำให้ผู้รับติดตามสถานะพัสดุเพื่อเตรียมรับสินค้าเมื่อถึงปลายทาง
8. บรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสมหรือพัสดุไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการขนส่ง
นอกจากประเภทสินค้าและข้อกำหนดของประเทศปลายทางแล้ว การบรรจุหีบห่อก็มีส่วนสำคัญต่อการขนส่ง หากบรรจุภัณฑ์ไม่แข็งแรง ไม่เหมาะกับลักษณะสินค้า หรือเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง อาจทำให้ไม่สามารถจัดส่งต่อได้ตามปกติ และในบางกรณีอาจต้องส่งกลับต้นทาง
คำแนะนำ : ก่อนส่งควรเลือกกล่องและวัสดุกันกระแทกให้เหมาะกับสินค้า ปิดผนึกให้แน่นหนา และตรวจสอบสภาพพัสดุก่อนส่ง หากเป็นสินค้าที่แตกหักง่ายหรือมีความเสี่ยงเสียหาย ควรสอบถามแนวทางการบรรจุหีบห่อกับผู้ให้บริการก่อนจัดส่ง
เมื่อส่งพัสดุไปต่างประเทศแล้วโดนตีกลับ ต้องทำอย่างไร?
หากพัสดุถูกส่งกลับมายังต้นทาง สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบสาเหตุให้ชัดเจนก่อนดำเนินการใด ๆ เพราะแต่ละสาเหตุอาจมีวิธีแก้ไขและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน โดยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นที่ 1 ตรวจสอบสาเหตุการตีกลับให้ชัดเจน
หากพบว่าพัสดุถูกส่งกลับ ควรตรวจสอบสถานะและติดต่อผู้ให้บริการขนส่งเพื่อสอบถามสาเหตุที่แน่ชัด รวมถึงตรวจสอบว่าพัสดุอยู่ในขั้นตอนใด และมีเอกสารหรือข้อมูลใดที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม
สำหรับลูกค้า City-Link Express สามารถตรวจสอบสถานะพัสดุผ่าน ShipEZi เพื่อดูความคืบหน้าของการจัดส่ง และใช้ข้อมูลสถานะเป็นจุดเริ่มต้นในการประสานงานกับผู้ให้บริการ
ขั้นที่ 2 รอรับพัสดุที่ตีกลับมา
เมื่อพัสดุถูกส่งกลับ พัสดุจะเดินทางกลับมายังผู้ส่งในประเทศไทย ซึ่งระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามเส้นทางและขั้นตอนของผู้ให้บริการ นอกจากนี้ อาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งกลับหรือขั้นตอนปลายทาง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการจัดส่งแต่ละกรณี
ขั้นที่ 3 แก้ไขปัญหาก่อนจัดส่งใหม่
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว ควรแก้ไขปัญหาให้เรียบร้อยก่อนจัดส่งอีกครั้ง เช่น แก้ไขข้อมูลผู้รับ เตรียมเอกสารเพิ่มเติม เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ หรือดำเนินการตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำ
ขั้นที่ 4 ตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไขในการเรียกร้องค่าเสียหาย
หากพบว่าความเสียหายหรือปัญหาเกิดจากการให้บริการ ควรสอบถามเงื่อนไขและนโยบายของผู้ให้บริการว่ากรณีดังกล่าวสามารถขอชดเชยหรือเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่
ในกรณีที่มีการทำประกันภัยพัสดุ และความเสียหายเข้าเงื่อนไขของกรมธรรม์หรือเงื่อนไขการเคลมของผู้ให้บริการ ผู้ส่งสามารถดำเนินการเคลมตามขั้นตอนที่กำหนดได้
ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อพัสดุตีกลับ
| รายการค่าใช้จ่าย | รายละเอียด |
| ค่าขนส่งพัสดุกลับ | อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสาเหตุของการตีกลับ |
| ภาษีหรือค่าธรรมเนียมปลายทาง | อาจเกิดขึ้นในบางกรณี ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและขั้นตอนที่ดำเนินการไปแล้ว |
| ค่าจัดเก็บหรือค่าดำเนินการ | อาจเกิดขึ้นตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| ค่าจัดส่งใหม่ | หากต้องการส่งพัสดุอีกครั้ง อาจต้องชำระค่าขนส่งใหม่ตามบริการที่เลือก |
| ค่าเสียหายของสินค้า | ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความเสียหาย และเงื่อนไขความคุ้มครองหรือประกันภัย |
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ประเทศปลายทาง ประเภทสินค้า และสาเหตุที่พัสดุถูกส่งกลับ จึงควรสอบถามรายละเอียดและค่าใช้จ่ายกับผู้ให้บริการก่อนดำเนินการส่งใหม่
Checklist ก่อนส่งพัสดุไปต่างประเทศ
เพื่อการลดความเสี่ยงที่พัสดุจะถูกส่งกลับต้นทาง เริ่มได้ตั้งแต่ก่อนจัดส่ง โดยควรตรวจสอบรายละเอียดสำคัญให้ครบถ้วน ดังนี้
- ตรวจสอบสินค้าต้องห้ามและสินค้าที่มีข้อจำกัด ก่อนจัดส่งไปยังประเทศปลายทาง
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และกรอกข้อมูลตามรูปแบบที่ผู้ให้บริการและประเทศปลายทางกำหนด
- ระบุมูลค่าสินค้าตามความเป็นจริง ไม่ควรแจ้งมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหรือข้อกำหนดของศุลกากร
- ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อของผู้รับ ให้ถูกต้องและครบถ้วน
- แจ้งผู้รับล่วงหน้าว่าจะมีพัสดุจัดส่งไปถึง และอาจมีภาษีหรือค่าใช้จ่ายปลายทางที่ต้องดำเนินการ
- บรรจุหีบห่อให้แข็งแรงและเหมาะสมกับสินค้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่พัสดุจะเสียหายระหว่างการขนส่ง
- ตรวจสอบน้ำหนักและขนาดพัสดุให้ถูกต้อง ก่อนจัดส่ง
- พิจารณาทำประกันภัยพัสดุ สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูงหรือมีความเสี่ยงต่อความเสียหาย โดยตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองก่อนเลือกใช้บริการ
การตรวจสอบข้อมูล สินค้า เอกสาร และเงื่อนไขของประเทศปลายทางให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาระหว่างการขนส่ง และลดโอกาสที่พัสดุจะถูกส่งกลับมายังต้นทาง
สรุป
การที่พัสดุถูกส่งกลับต้นทางอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งข้อมูลผู้รับ เอกสาร ประเภทสินค้า พิธีการศุลกากร การชำระค่าใช้จ่าย หรือขั้นตอนการนำจ่ายในประเทศปลายทาง
อย่างไรก็ตาม สาเหตุและแนวทางดำเนินการอาจแตกต่างกันไปตาม ประเภทสินค้า ประเทศปลายทาง เงื่อนไขการนำเข้า รวมถึงเงื่อนไขของผู้ให้บริการขนส่งที่เลือกใช้ ดังนั้น ข้อมูลในบทความนี้จึงเป็นแนวทางเบื้องต้น ผู้ส่งควรตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละกรณีกับผู้ให้บริการก่อนจัดส่ง
สำหรับลูกค้า City-Link Express สามารถใช้ระบบ ShipEZi เพื่อติดตามสถานะและตรวจสอบความคืบหน้าของพัสดุได้ ช่วยให้ผู้ส่งรับรู้สถานะการจัดส่งและสามารถประสานงานกับผู้ให้บริการได้เมื่อจำเป็น
การเตรียมข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น และติดตามสถานะพัสดุอย่างสม่ำเสมอ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาระหว่างการจัดส่ง และลดโอกาสที่พัสดุจะถูกส่งกลับมายังต้นทาง
ตรวจสอบพื้นที่เข้ารับพัสดุ คลิก https://bit.ly/3mUNbrU
เช็คราคาค่าขนส่งง่ายๆได้ที่ https://www.citylink.express
สอบถามเพิ่มเติม
Inbox: https://bit.ly/3u3pHlt
Tel. 02-666-8288, 02-666-8289
Line: @citylinkthailand หรือ http://bit.ly/2YVTwar
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
บริษัทผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001

